2006/Aug/21

ขอแสดงความขอบพระคุณท่าน ผศ.มานิต ศุทธสกุล ที่กรุณาส่งบทความเพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาชาว รปศ. มสธ. และผู้สนใจ มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูงครับ
พิเศษ MPA.3 กลุ่ม กทม.1
***********

การอภิปรายกลุ่ม การระดมสมอง การสัมมนา การประชุมเชิงปฏิบัติการ

ในระยะที่ผ่านมา มักมีการใช้ คำ หรือ ศัพท์ บางคำอย่างสับสนปนเปกัน จนบางคนถึงกับเข้าใจว่าเป็นคำเดียวกัน เหมือนกัน หรือถึงกับใช้แทนกัน โดยเฉพาะในกิจกรรมสัมมนาเสริมของนักศึกษาระดับมหาบัณฑิตของ มสธ. ลองมาทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับคำหรือศัพท์ 2 3 คำข้างต้นสักนิด

การอภิปรายกลุ่ม (group discussion) เป็นการประชุมร่วมกันตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป เพื่อแสดงความคิดเห็น ประสบการณ์ ความรู้ความเข้าใจ หรือข้อเสนอแนะของสมาชิกแต่ละคนในการอภิปรายกลุ่ม เพื่อหาข้อสรุปหรือข้อยุติของกลุ่ม ในเรื่อง ประเด็น หรือปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจเกิด ขึ้นตามมา ภายหลังจากการรับฟังการบรรยาย การปาฐกถา หรือการประชุมของที่ประชุมใหญ่ ตามที่ผู้จัดการประชุมกำหนดไว้ เช่น ภายหลังการจากที่ผู้ทรงคุณวุฒิ ทำหน้าที่บรรยายเกี่ยวกับหลักการวางแผนและวิธีการวางแผนกลยุทธ์แล้ว มอบหมายให้ผู้เข้าร่วมประชุม ร่วมกันประชุมและอภิปรายกลุ่ม เพื่อจัดทำแผนงาน-โครงการขององค์การหรือหน่วยงาน ตามแนวทางการวางแผนกลยุทธ์ หรือกรณีการประชุม ที่มีกำหนดการให้ที่ประชุมมีการอภิปรายกลุ่มโดยสมาชิกทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุม หรือมีการแบ่งเป็นกลุ่มย่อย เพื่ออภิปรายและระบุปัญหา สาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหา หรือการพัฒนาการดำเนินงาน

การระดมสมอง (brain storming) เป็นการประชุมร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อแสดงความคิดเห็น ประสบการณ์ ความรู้ความเข้าใจ หรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องหรือประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ซึ่งมีหลักการสำคัญว่า ต้องการให้สมาชิกในที่ประชุม แสดงความเห็นหรือข้อเสนอแนะร่วมกันให้มากที่สุดในเวลาที่กำหนดไว้สั้น ๆ โดยไม่มีการขัดจังหวะ สอบถามหรือหยุดอภิปรายความเห็นหรือข้อเสนอแนะที่สมาชิกเสนอขึ้น บนพื้นฐานว่า ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เกิดขึ้นเมื่อมีการริเริ่ม การคิดต่อ หรือการปรับจากความคิดที่มีมาก่อน การระดมสมองจึงเป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกต่างคนต่างเสนอความเห็นหรือข้อเสนอแนะอย่างต่อเนื่อง ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะของสมาชิกแต่ละคนอาจเป็นการคิดต่อเนื่องจากที่สมาชิกคนอื่นเสนอไว้ก่อนหน้า ซึ่งพรั่งพรูหรือระดมกันมาอย่างหลากหลายและมากมายเหมือนการโหมกระหน่ำของพายุ การดำเนินการระดมสมองจึงต้องกำหนดให้มีผู้ดำเนินการ ทำหน้าที่กระตุ้นและขานรับความคิดเห็นหรือข้อเสนอต่าง ๆ ที่สมาชิกเสนอขึ้นมา เพื่อให้ได้รับความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจำนวนมาก และมีผู้ทำหน้าที่บันทึกความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไว้ทั้งหมดทุก ๆ ข้อเสนอ รอจนกระทั่งหมดเวลาที่กำหนดไว้ จึงนำมาพิจารณา คัดเลือก ปรับ หรือเสริมแต่งเป็นผลจากการระดมสมอง โดยทั่วไป การระดมสมองมักใช้กันในวงการสร้างสรรค์ หรือ creative ในการคิดคำโฆษณา ซึ่งต้องการคำโฆษณาที่สั้น กระชับ จำได้ง่าย และให้ความหมายที่ประทับใจ เช่น เอกลักษณ์ของเอกบุรุษ ใช้ดีจึงบอกเพื่อน ความสุขที่คุณดื่มได้ นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต smooth as silk เป็นต้น

การสัมมนา (seminar) เป็นการประชุมอภิปรายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งต่างจากการประชุม อภิปรายกลุ่มหรือการประชุมอภิปรายทั่ว ๆ ไป ตรงที่ผู้เข้าร่วมในการประชุมอภิปรายเป็นผู้เกี่ยวข้องที่มีความรู้ ประสบการณ์ หรือความเชี่ยวชาญในเรื่อง ประเด็น หรือปัญหาที่อภิปรายหรือเข้าร่วมในการสัมมนา ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะเข้าร่วมในการสัมมนานั้น เช่น การสัมมนา ก.พ. อาเซียน เป็นการประชุมร่วมกันของเลขาธิการ ก.พ. และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ก.พ. ของประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียน ซึ่งผู้แทนของแต่ละประเทศที่เข้าร่วมในการสัมมนาจะมานำเสนอพัฒนาการหรือเรื่องใหม่ ๆ รวมทั้งผลงานในการดำเนินงานบริหารบุคคลขององค์กรกลางบริหารงานบุคคลของแต่ละประเทศ ก่อนที่จะมีการอภิปรายร่วมกันในประเด็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค ทิศทาง แผนงาน หรือแนวทางการดำเนินงานในทางปฏิบัติ เป็นต้น ดังนั้น ผู้เข้าร่วมในการสัมมนาแต่ละคน ในฐานะที่เป็นผู้มีความรู้ ประสบการณ์ หรือความเชี่ยวชาญในเรื่อง ประเด็น หรือปัญหาด้านนั้น ๆ จึงถูกกำหนดให้ต้องมีเอกสารประกอบการสัมมนาของตนในการเข้าร่วมสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในระหว่างผู้เข้าร่วมสัมมนาด้วยกัน

การประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) เป็นการประชุมเพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกันในระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งสมาชิกจะมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และลงมือปฏิบัติหรือทำภารกิจใดภารกิจหนึ่งร่วมกันไปด้วย เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมปฏิบัติการจึงต้องมีผลลัพธ์หรือผลงานจากการปฏิบัติงานร่วมกัน หรือมีการนำผลงานจากการประชุมเชิงปฏิบัติการไปปรับปรุงหรือพัฒนาให้แล้วเสร็จภายหลังจากการประชุมเสร็จสิ้นไปแล้ว เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตร การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำข้อสอบมาตรฐาน การประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำร่างแผนพัฒนา ฯ เป็นต้น

จะเห็นได้ว่า คำหรือศัพท์แต่ละคำดังกล่าวข้างต้น ต่างมีที่มา รายละเอียด และเป้าหมายที่แตกต่างกันไป หลายครั้งที่ผ่านมา มักมีการนำไปใช้อย่างผิด ๆ โดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ทำให้ผู้ที่ไม่รู้และไม่ได้ศึกษาอย่างถ่องแท้เกิดความเข้าใจผิด และมีการนำไปใช้อย่างผิด ๆ ต่อไปอีก ตัวอย่างเช่น การมีแผนที่จะจัด โครงการอบรมผู้บริหาร แต่ผู้จัดเห็นว่าผู้เข้ารับการอบรมเป็นผู้บริหาร ไม่น่าจะถุกจัดให้เข้ารับการอบรมเหมือนกับเจ้าหน้าที่หรือผู้ปกิบัติงานทั่ว ๆ ไป จึงเรียกชื่อเสียใหม่เป็น โครงการสัมมนาผู้บริหาร ทั้งที่ในการดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นเพียงการดำเนินการฝึกอบรมตามปกติ ต่อมา เมื่อผู้บริหารดังกล่าวได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมในการสัมมนาในต่างประเทศ จึงไม่ทราบความแตกต่างของการฝึกอบรมกับการสัมมนา และไม่มีการจัดเตรียมเอกสารที่ใช้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนาแต่อย่างใด หรือกรณีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งมักได้ยินได้ฟังจากผู้บริหารว่า จะจัดเวอร์คชอปเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทั้งที่ในทางปฏิบัติ เป็นการให้นโยบาย ระบุมาตรการ หรือแนวทางการดำเนินงานแก่ผู้เกี่ยวข้อง ก่อนเปิดโอกาสให้มีการซักถาม หรืออาจมีหรือไม่มีการจัดอภิปรายกลุ่มในระหว่างผู้เข้าร่วมในการประชุม โดยไม่มีการลงมือปฏิบัติและไม่มีผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการแต่อย่างใด เป็นต้น

นอกจากนี้ การสัมมนาเสริมของนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต ชุดวิชาการบริหารภาครัฐ ซึ่งมีการกำหนดให้นักศึกษาแต่ละคน ศึกษา ค้นคว้า ทำความเข้าใจ และจัดทำเอกสารประกอบการเข้าร่วมสัมมนากลุ่ม ตามประเด็นหรือหัวข้อการสัมมนาที่มีการกำหนดเป็นคราว ๆ ไป นั้น มีนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่ไม่ทราบว่า อาจารย์ให้ทำอะไร ? และจะทำอย่างไร ? เพราะรายงานทางวิชาการก็ไม่ใช่ ให้เขียนบทความตามประเด็นหรือเรื่องก็ยิ่งไม่ใช่ สะท้อนให้เห็นว่า นักศึกษาจำนวนมาก ยังไม่ทราบและไม่เข้าใจว่า การสัมมนาคืออะไร

คำ และศัพท์ต่าง ๆ มีจำนวนมาก หลาย ๆ คำเป็นคำใหม่ เช่น สมรรถนะ มุ่งผลสัมฤทธิ์ ยุทธศาสตร์ กระบวนทัศน์ บริบท เป็นต้น คำ และศัพท์ต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่มีที่มา รายละเอียด และลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป ในสภาพการณ์ที่มีผู้นำ ผู้บริหารระดับสูง หรือนักวิชาการจำนวนมาก นิยมพูดถึงหรือใช้คำต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง และมีหลายกรณีที่ใช้ผิด หรือไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการพูดอย่างแท้จริง ซึ่งอาจเกิดจากความรู้หรือไม่รู้ ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ผู้บริหาร นักวิชาการ โดยเฉพาะนักศึกษาในแวดวงวิชาการที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องศึกษา ทำความเข้าใจให้ถูกต้องก่อนที่จะนำไปใช้ มิฉะนั้น จะกลายเป็นการสร้างความเข้าใจและการใช้คำที่ผิด ๆ ก่อให้เกิดความบิดเบือน สับสน ซึ่งนอกจากต้องถูกตำหนิ หรือเหยียดหยามว่า ใช้ผิด ๆ หรือ ไม่มีความรู้ ทำนองเดียวกับที่มีการตำหนิติเตียนเยาวชนรุ่นใหม่ที่ใช้ภาษาไทยผิด ๆ หรือใช้ภาษาแปลก ๆ ในแวดวงของ เด็กแนว แล้ว ยังเป็นปัญหาในการศึกษา การทำงานหรืองานตามที่อาจารย์มอบหมายในการศึกษาระดับมหาบัณฑิตด้วย

-------------------------------

โดย ผศ.มานิต ศุทธสกุล

Comment

Comment:

Tweet


#11 by (49.230.98.17|49.230.98.17) At 2014-11-26 15:03,
ขอบคุณมากครับ www.cuisinartcoffeemakershop.com
#10 by สวดยอด (223.207.160.168) At 2011-07-07 12:52,
ผมอยากทราบว่าใครเป็นเจ้าของทฤษฎีการอภิปรายแบบต่าง มีข้อมูลบ้างไหมครับ
ขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
#9 by nickoro (118.173.118.194) At 2010-07-14 10:21,
#8 by (58.8.95.218) At 2009-12-29 17:42,
ก้อดี
#7 by นร (58.8.95.218) At 2009-12-29 17:42,
ขอบพระคุณมากนะคะ ได้ข้อมูลส่งอาจารย์แล้ว ได้ประโยชน์มากขึ้นด้วยค่ะbig smile
#6 by นักเรียน (202.143.150.228) At 2009-10-27 09:28,
#5 by (125.25.28.129) At 2009-09-09 14:06,
#4 by (125.24.10.26) At 2009-07-27 18:46,
#3 by เก่ง (125.24.10.26) At 2009-07-27 18:46,
ขอบพระคุณมากค่ะ หาข้อมูลอยู่พอดีเรยค่ะ ข้อมมูลดีมากเลยค่ะconfused smile
#2 by นักศึกษา (118.172.71.63) At 2009-06-18 00:49,
open-mounthed smile
#1 by (124.157.130.15) At 2008-02-25 12:47,