2006/Jun/14

เรียน เพื่อน ๆ MPA.3 ทุกท่าน

ผมขออนุญาตนำข้อมูลคำแนะนำการทำรายงานชุดวิชา การบริหารภาครัฐ 33702 มาเผยแพร่ต่อเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำรายงานซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อน ๆ ทุกท่านครับ พร้อมกันนี้ผมขอขอบคุณท่าน ผศ.มานิต ศุทธสกุล ร.ต.หญิง ชุติพันธุ์ ศานตสงเคราะห์ และคุณชวนพิศ ปลูกสร้าง รุ่นพี่ MPA.2 เป็นอย่างสูงมา ณโอกาสนี้ ที่ได้กรุณาแจ้งข้อมูลมาให้
ขอบคุณครับ พิเศษ

Manit Suthasakul <manit147@yahoo.com> wrote: เรียนคุณชุติพันธุ์

ยินดีต้อนรับ และให้คำปรึกษาครับ

งานชิ้นแรก ขอให้ไปค้นคว้าจากหนังสือ ตำรา บทความต่าง ๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์ ซึ่งระบุถึงตั้งแต่การเกิดของวิชาการรัฐประศาสนศาสตร์ ค้นจากหน่วยที่ 1 และ 2 ตำราอื่น เช่น พิทยา บวรวัฒนา (บรรณาธิการ), รัฐประศาสนศาสตร์ : รวมผลงานของนักวิชาการไทย สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2536. (รวมทั้งชื่อหนังสืออื่น ๆ จากในบรรณานุกรมทั้งหลายของผู้เขียน) ส่วนเรื่อง New Public Management หรือ NPM เป็นภาษาไทย ค่อนข้างน้อย เท่าที่จำได้ มีในชุดวิชาระเบียบวิธีวิจัยรัฐประศาสนศาสตร์ ปริญญาตรี ฉบับปรับปรุงใหม่ เมื่อ 2547 หรือ 2548 มีหน่วยที่ ดร. ทศพร ศิริสัมพันธ์กล่าวถึงเรื่อง "การบริหารจัดการภาครัฐใหม่" ไว้ด้วย รวมทั้งหนังสือหรือบทความอื่น ๆ ซึ่งอาจมีการกล่าวถึงบ้าง เป็นประเด็น ๆ ไป หรือเป็นเรื่อง ๆ ไป
เมื่อได้ความรู้เกี่ยวกับรัฐประศาสนศาสตร์ พัฒนาการของวิชาการรัฐประศาสนศาสตร์ จนกระทั่งในยุคปัจจุบัน เกือบ 10 ปีมาแล้ว ที่มีแนวคิด หลักการ และแนวทางเกี่ยวกับการบริหารจัดการภาครัฐ แล้ว ก็ลองดูในสภาพความเป็นจริงว่า แนวคิด NPM ดังกล่าว มีอิทธิพลหรือผลกระทบให้มีการปรับปรุง พัฒนา หรือก่อให้เกิดแนวทางปฏิบัติในสภาพที่เป็นจริงในการบริหารจัดการภาครัฐอย่างไรบ้าง เช่น กรณี Reinventing the Government ในยุคของ บิล คลินตัน ซึ่งเสนอโดยรองประธานาธิบดี อัล กอร์ กรณีในอังกฤษ ยุคประธานาธิบดีแธทเชอร์
ในออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น สำหรับในประเทศไทยนั้น การพัฒนาระบบราชการไทย หรือแนวทางปฏิบัติใหม่ ๆ หลาย ๆ อย่าง (อันที่จริง) ถือว่า ได้รับอิทธิพลจาก NPM ทั้งสิ้น เช่น เรื่อง Good Government ที่พัฒนามาเป็นการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2546 เรื่อง Result Based Management หรือ การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ การจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติราชการของทางคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. การนำ Balance Scorecard หรือ BSC มาประยุกต์ใช้ในราชการ เป็นต้น
ชิ้นนี้ ขอให้ค้นคว้า อ่าน ศึกษา ทำความเข้าใจ ก่อนที่จะประมวลเป็นความเข้าใจหรือกรอบความคิดของตัวเอง และจัดทำเป็น "เอกสารประกอบการสัมมนา" ของตัวเราเอง ความยาว 3 - 5 หน้า เน้นบรรณานุกรม เพื่ออาจารย์จะได้ทราบว่า ได้ไปศึกษาค้นคว้ามาจากไหนบ้าง ลอกจากตำราเพียงเล่มเดียว หรือคิดเอาเอง ฯลฯ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสัมมนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันภายในกลุ่ม ในวันเสาร์หรือวันแรกของการสัมมนาเสริม

ส่วนชิ้นที่สอง เป็นการทำรายงานทางวิชาการธรรมดา ขอให้กำหนดประเด็น ปัญหา หรือเรื่องที่ประสงค์จะนำเสนอต่อผู้อ่าน ภายใต้ขอบข่ายของเรื่องในหน่วยที่ตนเองได้รับมอบหมาย เช่น การบริหารกระบวนการนโยบายสาธารณะของไทยในปัจจุบัน อิทธิพลของปัจจัยสภาพแวดล้อม ( ก็คือ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมาย วิทยาการและเทคโนโลยี ) ที่มีต่อการก่อรูปของนโยบาย การนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ลักษณะเฉพาะของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์การภาครัฐ (ต่างจากภาคเอกชน หรือองค์การอื่นอย่างไร) ปัญหาและข้อเสนอแนะการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์การภาครัฐ ปัญหาและแนวทางการพัฒนาการบริหารท้องถิ่นของไทย ฯลฯ คือต้องตั้งประเด็นก่อน แล้วค่อยไปศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ สรุป และเสนอแนะหรือเสนอเป็นความเห็นของตัวเราเอง ก่อนที่จะจัดทำเป็นรายงานทางวิชาการ มีหัวข้อต่าง ๆ เช่น ความเป็นมา ปัญหาหรือประเด็นที่สนใจ วัตถุประสงค์ของตัวรายงาน เนื้อหา บทสรุปและเสนอแนะ โดยเฉพาะบรรณานุกรม กรุณาอย่าตัดต่อจากตำราหรือบทความ แต่ต้องเขียนจากข้อสรุปหรือผลการเรียนรู้และทำความเข้าใจของตัวเราเองมาแล้ว

วิธีการเรียนรู้ ทำความเข้าใจ จนกลายเป็นความรู้ของตัวเราเอง โดยเฉพาะในระดับปริญญาโท ต้องเกิดจากการมีข้อสงสัย ความสนใจใคร่รู้ มีคำถามว่าอะไร อย่างไร และเพราะอะไร ก่อนที่จะไปศึกษาหาอ่าน ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ ปะติดปะต่อ ทำการย่อยและดูดซึมเข้ามาเป็นความรู้ความเข้าใจของตัวเราเอง ไม่ใช่รอการสอนหรือการป้อนจากอาจารย์ และไม่ใช่ไปคัดลอก ตัดต่อจากข้อเขียนของคนอื่นมาส่งเป็นรายงาน โดยตัวเราเองไม่ได้รู้ ไม่ได้เข้าใจเลย เป็นเพียงกระจ่าที่ใช้ตักแกง ซึ่งไม่ได้รับรู้หรือซึมซับถึงรสชาติของแกงนั้นเลย

หากพอจะมี E- address ของเพื่อน ๆ จะกรุณาส่งต่อ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจตรงกันได้ จะขอบคุณยิ่งนะครับ และขอความกรุณาส่งเมล์ที่ manit147@yahoo.com หรือ msuthasakul@hotmail.com หรือ msuthasakul@thaimail.com เพราะเมล์เดิมมีปัญหา ใช้ภาษาไทยไม่ได้เลยครับ รายละเอียดอื่น โทรได้ที่ 01-3313339 ก็ได้ครับ

มานิต
Manit Suthasakul <msuthasakul@yahoo.com> wrote:

Note: forwarded message attached. __________________________________________________
Do You Yahoo!?
Tired of spam? Yahoo! Mail has the best spam protection around
http://mail.yahoo.com From: "LT Oat Santasongkraw" <lt_oat@hotmail.com>
To: msuthasakul@yahoo.com
CC: msuthasakul@thaimail.com
Subject: เรียนขอคำแนะนำเรื่องการเรียน
Date: Fri, 09 Jun 2006 05:40:11 +0000

เรียน ผศ.มานิต ศุทธสกุล ที่เคารพยิ่ง

ดิฉัน ร.ต.หญิง ชุติพันธุ์ ศานตสงเคราะห์ นศ.ระดับ ป.โท ภาค ๑/๒๕๔๙ วิชาเอก รปศ. จบการศึกษาระดับ ป.ตรี สาขาศิลปศาสตร์ วิชาเอกภาษาอังกฤษธุรกิจ จาก ม.ราชภัฏสวนสุนันทา ปัจจุบันดิฉันรับราชการทหาร จึงมีแนวคิดว่าควรจะเรียนต่อและได้ตัดสินใจลงทะเบียนเรียน รปศ. กับ มสธ. เพราะคิดว่าจะสามารถนำความรู้ด้านนี้มาใช้ในการทำงานในอนาคตได้ แต่หลังจากเข้ารับการปฐมนิเทศเมื่อ ๓-๔ มิ.ย.๔๙ ที่ผ่านมา อาจารย์ได้มอบงานเป็นรายงาน ๒ ฉบับ ดิฉันได้พยายามหาข้อมูล ทำความเข้าใจกับคำสั่งงานที่ได้รับมอบแล้ว แต่ก็ยังจับประเด็นและยังหาจุดเริ่มต้นไม่ได้ว่าควรจะเริ่มต้นการทำรายงานสองฉบับนี้อย่างไร เนื่องจากว่าดิฉันไม่มีพื้นความรู้ทางสาขาวิชา รปศ. เลย ดิฉันจึงขอความกรุณาจากอาจารย์ช่วยชี้แนะด้วยค่ะว่า ดิฉันควรทำอย่างไร และเริ่มต้นการเรียนอย่างไรดี
จึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณา


ร.ต.หญิง ชุติพันธุ์ ศานตสงเคราะห์


Comment

Comment:

Tweet


confused smile confused smile confused smile
#3 by (203.113.23.84) At 2009-08-04 15:57,
#2 by (203.113.23.84) At 2009-08-04 15:56,
#1 by (58.9.87.11) At 2007-08-07 22:44,